กังหันลม
กังหันลม คือเครื่องจักรกลอย่างหนึ่งที่สามารถรับและแปลงพลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลมให้เป็นพลังงานกลได้ และนำพลังงานกลมาใช้เพื่อสูบน้ำโดยตรงหรือผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า การพัฒนากังหันลมเพื่อนำมาใช้ประโยชน์เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณจนถึงยุคปัจจุบัน โดยการออกแบบกังหันลมต้องอาศัยความรู้ทางด้านพลศาสตร์ของลมและหลักวิศวกรรมศาสตร์ในแขนงต่าง ๆ เพื่อให้ได้กำลังงาน พลังงาน และประสิทธิภาพสูงสุด
รูปแบบกังหัน
- กังหันลมแนวแกนตั้ง (Vertical Axis Turbine (VAWT)) เป็นกังหันลมที่มีแกนหมุนและใบพัดตั้งฉากกับการ
เคลื่อนที่ของลมในแนวราบ - กังหันลมแนวแกนนอน (Horizontal Axis Turbine (HAWT)) เป็นกังหันลมที่มีแกนหมุนขนานกับการเคลื่อนที่ของลมในแนวราบ โดยมีใบพัดเป็นตัวตั้งฉากรับแรงลม

ประเภทของกังหันลม
- กังหันลมเพื่อสูบน้ำ (Wind Turbine for Pumping) เป็นกังหันลมที่รับพลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลมและเปลี่ยนให้เป็นพลังงานกลเพื่อใช้ในการชักหรือสูบน้ำจากที่ต่ำขึ้นที่สูงเพื่อใช้ในการเกษตร การทำนาเกลือ การอุปโภคและการบริโภค ปัจจุบันมีใช้อยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ แบบระหัดและแบบสูบชัก

- กังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้า (Wind Turbine for Electric) เป็นกังหันลมที่รับพลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลมและเปลี่ยนให้เป็นพลังงานกล จากนั้นนำพลังงานกลมาผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า ปัจจุบันมีการนำมาใช้งานทั้ง กังหันลมขนาดเล็ก (Small Wind Turbine) และกังหันลมขนาดใหญ่ (Large Wind Turbine)
กังหันลมสูบน้ำ
กังหันลมสูบน้ำหลักการทำงานกังหันลมเริ่มหมุนจะทำให้แกนสายพานเริ่มหมุนส่งไปยังแกนสายพานสาตัว แล้วสายพานแกนสุดท้ายเชื่อต่อกับกังหันสูบปั่นน้ำ เหาะสำหรับพื้นที่ทางการเกษตร,พื้นที่ราบสูง,พื้นที่ที่ต้องการเก็บน้ำบนที่สูง กังหันลีความแข้งแรงทนทานดูแลรักษาง่าย ซ่อมบำรุงน้อย การติดตั้งง่ายไ่ยุ่งยาก อายุยาวนานถึง ๒๐ ปี และไ่ต้องใช้ไฟฟ้าทั้งระบบ เมื่อเปรียบเทียบกับปั๊มน้ำทั่วไป มีความคุ้มทุนสูงมาก

สามารถชมวีดืโอประกอบได้ด้านล่าง ...แค่คลิ๊ก
กังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้า
อีกทางเลือกหนึ่งของพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และต้ทุนต่อหน่วยพลังงานยังถูกกว่าพลังงาน-
แสงอาทิตย์ แต่ด้วยข้อจำกัดบางประการทำให้ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก
ในอดีตโดยปรกติแล้วพลังงานลมจะทำงานได้เมื่อมีความเร็วลมตั้งแต่ 6 เมตรต่อวินาทีขึ้นไปแต่เทคโนโลยีด้านนี้
ก็ได้พัฒนาไปจนสามารถทำให้กังหันลมเริ่มทำงานได้ที่ความเร็วลมตั้งแต่ 2.5-3 เมตรต่อวินาทีขึ้นไป
ทำให้สามารถใช้ได้ในบางเขตพื้นที่ของประเทศไทยชัยโยของเรานี้ โดยพื้นที่ๆเหมาะสมควรเป็นเขตชายทะเล
เกาะแก่งต่างๆหรือทางลมภูเขา หรือบนยอดตึกสูงๆ อย่างไรก็ตามยังคงมีอีกหลายพื้นที่ๆยังไม่เหมาะ
กับการใช้พลังงานประเภทนี้ ท่านอาจตรวจสอบสภาพลมได้ที่
(ค่าความเร็วลมที่แสดงในเว็บไซด์ของกรมอุตุฯบอกความเร็วลมเป็น กม./ชม. ท่านต้องคูณด้วย 0.28
โดยประมาณจะได้ความเร็วลมในแบบ เมตร/วินาที)

สามารถชมวีดืโอประกอบได้ด้านล่าง ...แค่คลิ๊ก
จัดทำโดย
นนร.วีระยุทธ หวานรอบรู้ ชั้นปีที่ ๒ ตอน สศ. เลขที่ ๖
นนร.วิชชากรณ์ อินทร์แก้ว ชั้นปีที่ ๒ ตอน สศ.เลขที่ ๑๓
